วันนี้ผมจะมาแนะนำ ผงทานาคา ที่มีต้นกำเนิดในพม่า ที่ผู้คนทางภาคเหนือโดยเฉพาะเชียงใหม่-แม่ฮ่องสอนจะใช้กันมากนะครับ ผงทานาคาสีเหลืองๆ นี้ผมรู้จักมันมาตั้งแต่เด็กแล้วครับ (อายุ 12 ปี) ที่บ้านของผมไปซื้อมาจาก อ.แม่สาย จ.เชียงราย ตอนนั้นจำได้ว่า ผงทานาคา มาเป็นถุงพลาสติกมัดหนังกะติ๊กเนี่ยแหละครับ สีเหลืองสว่างนวลตา ไม่มีกลิ่นใด ๆ ครับ เรามาดูรายละเอียดสำคัญ ๆ เกี่ยวกับไม้ทานาคากันก่อนที่จะรู้ว่า ผมเอามันมาใช้ยังไงนะครับ
ไม้ทานาคา มีชื่อทางพฤกษศาสตร์ว่า "LICODIA ACIDISSIMA" เป็นไม้เนื้อแข็ง ขึ้นในเขตแห้งแล้งในเขตภาคกลางของประเทศพม่า แถบพุกาม หรือ มัณฑะเลย์ เท่านั้น ส่วนที่มีกลิ่นหอมอ่อน ๆ และ เป็นสมุนไพรสารพัดประโยชน์ คือ "ส่วนที่เป็นเปลือก" นะครับ หนุ่มสาวชาวพม่ารู้จักใช้ทานาคามานานกว่า 200 ปี แทบทุกบ้านจะมีท่อนไม้ทานาคา วางไว้คู่กับกระจกเสมอ เวลาใช้ก็นำเอาท่อนไม้ทานาคามาฝนกับแผ่นหิน เจือด้วยน้ำเล็กน้อย แล้วใช้ทาเรือนร่างโดยเฉพาะใบหน้าจะเน้นมาก , นี่ึคือ เคล็ดลับ แห่งผิวพรรณที่ตึง เนียน แน่น ละเอียด เหมือนผิวเด็กของคนพม่า
ไม้ทานาคา มีสารต่อต้านอนุมูลอิสระอยู่สูงมาก ที่ "เปลือกด้านในของไม้ทานาคา" มีสาร OPC เช่นเดียวกับที่พบในเปลือกสนมาริไทน์ฝรั่งเศส และที่ "เนื้อในของไม้ทานาคา" มีสารCurcuminoid ที่มักพบในขมิ้นชันในประเทศไทย ทำให้ทานาคามีคุณสมบัติครบถ้วนที่จะต่อต้านความเสื่อมของเซลล์และยังช่วย ป้องกันการเกิดสิว ด้วยคุณสมบัติฆ่าเชื้อแบคทีเรีย และช่วยลดผดผื่นคัน ลดการเกิดจุดด่างดำและฝ้า มีฤทธิ์ลดการสร้างเม็ดสีเมลานิน และยังช่วยป้องกันการทำลายผิวจากรังสียูวี
ผงสกัดจากเปลือกไม้ทานาคา 100% ให้สารออกฤทธิ์ OPC ในความเข้มข้นสูง ซึ่งได้ผลดีกว่าการใช้ผงทานาคาทั่วไปที่จำหน่ายราคา 30 - 100 บาท พอกผิวถึง 10 เท่า (ผงทานาคาทั่วไปเป็นการผสมดินสอพอง , ผงแป้ง , เนื้อไม้บดชนิดอื่นๆ , ผงขมิ้น , ผงหอม ฯลฯ จึงทำให้ราคาถูก แต่ของแถมที่ได้มา คือ สิว เพราะคุณอาจแพ้ผงแป้ง ผงหอม)
ผงสกัดจากเปลือกไม้ทานาคา 100% ที่ดีจะต้องผลิตมาจาก ท่อนไม้อ่อนของต้นทานาคา โดยนำไม้อ่อนมา่ตากแห้งตามธรรมชาติในที่ร่ม ปราศจากความชื้น และนำมาเลาะเปลือกออก บดเป็นผงให้ละเอียดด้วยทั่งหินผสมน้ำ และนำไปผึ่งในที่ร่มอีกครั้ง กรองด้วยเครืืองกรองอณูเพื่อกำจัดฝุ่นละออง และนำมาบดอีกครั้งในขั้นตอนสุดท้าย ก่อนบรรจุขวดที่ปิดสนิท
ผงสกัดจากเปลือกไม้ทานาคา 100% มีสรรพคุณในการชลอความชราของผิวได้ดีมาก ด้วยฤทธิ์ในการต้านอนุมูลอิสระของทานาคา ที่มีประสิทธิภาพสูง และคงตัวได้ดี ไม่สลายไปง่าย ๆ เมื่อโดนออกซิเจน หรือ โดนน้ำที่เป็นตัวทำละลาย เหมือน วิตามิน C หรือ E ที่อยู่ในรูปพันธะเคมีตามธรรมชาติ (ผมก็แปลกใจว่ามันเป็นภูมิปัญญาท้องถิ่นของคนพม่าที่ล่วงรู้กันมานานก่อน วิทยาการด้านผิวพรรณจะมีขึ้นเสียอีก น่าทึ่งจริงๆ ครับ) เป็นสมุนไพรรักษาสิวและความมันของใบหน้าได้เป็นอย่างดี
ตอนนี้ทานาคาก็กำลังดัง คนก็เอามาใช้กันเยอะ แต่ประสบการณ์ที่ผมใช้ทานาคามายาวนาน (นานกว่า 22 ปี) ผมจะบอกเคล็ดลับและข้อเท็จจริงจากการใช้ให้ ซึ่งจะแตกต่างจากที่โฆษณากันร่ำ ๆ ในเว็บไซต์ขายของที่มีกันเกร่ออินเทอร์เน็ต ดังนี้นะครับ
1. ทานาคาของแท้ยากจะพิสูจน์ เพราะสิ่งที่บดผสมกันเป็นผง มันรวมกันไปหมด แต่ประสบการณ์ผมสอนว่า ให้เอามะนาวบีบลงบนผงทานาคาที่คิดว่าใช่ของปลอม ถ้ามันเกิด "ฟองฟู่" หนะ ของปลอมครับ เพราะของปลอมจะถูกผสมด้วยดินสอพองครับ และ สามารถสังเกตุด้วยการสัมผัสครับ ถ้าหยิบเอาผงทานาคาใส่นิ้วมือแล้วมันเนียนเหมือนแป้งฝุ่น ก็อย่าซื้อนะครับ ของแท้จะต้องหยาบหน่อย ๆ เหมือนเม็ดข้าวสารคั่วแล้วตำที่ใส่ในลาบอีสานนะครับ เพราะกรรมวิธีการบดอย่างนั้น "เขาบดด้วยทั่งหินแบบโบราณ" ซึ่งจะคงคุณค่ากว่าการเอาไปเข้าอุตสาหกรรม ผ่านการอบเชื้อด้วยความร้อน ผ่านการผสมกับสารเคมี และตัวทำละลายอีกมากมาย กว่าจะออกมาเป็นครีม 1 กระปุก (สารต่างๆ ก็ตายแดดิ้นในนั้นแล้วครับ ไม่ต่างอะไรจากการเอาผงไม้ธรรมดามาขัดหน้านะครับ) ที่สำคัญจะมีสารจากเปลือกไม้ทานาคาน้อยมาก , สู้เอา ผงสกัดจากเปลือกไม้ทานาคา 100% มาพอกหน้าไม่ได้เลยครับ "มวยคนละชั้นกัน"
2. ลองดมดู ทานาคาของแท้มันจะมีกลิ่นเย็น ๆ คล้าย ๆ กลิ่นยาสมุนไพร โชยออกมาหน่อย นั่นแหละของแท้ แต่ว่าถ้าเย็นมาก ๆ หอมมาก ๆ นั่นผสมแป้งหอมแล้วครับ ดังนั้นก็ให้ยึดหลัก หยาบ + หอมนิดหน่อย คือ แทบจะไม่ได้กลิ่นเลย ถ้ามันไม่โดนน้ำ
แล้วที่นี้ถามว่า ที่ขาย ๆ กันบนเว็บหนะมันยังไง เห่ ๆ .. ผมคงตอบว่า ก็ต้องลองดูครับ หน้าดีก็ดีไป หน้าพังก็พังไป , อ้าวซะงั้น
แล้วผมใช้มันยังไงหละ ?
โชคดีที่ผมใช้มันมาตั้งแต่เด็กครับ จำได้ว่าตอน ม.1 (อายุราว ๆ 11-12 ขวบ) ก็ใช้แล้ว ตอนนั้นเป็นเด็กที่หน้ามันและสิวอักเสบเต็มไปหมด ผมก็จะเอาทานาคามาผสมน้ำธรรมดา จนเหมือนโคลนเหนียว แล้วเอามาพอกหน้าครับ ตอนนั้นผมขัดไม่ได้เพราะเป็นสิวอักเสบ ผมพอกแค่ประมาณ 5-10 นาที ผมก็ล้างออก ทำติดกันเดือนกว่า ๆ ได้ สิวก็ยุบและหน้าก็ไม่มันมาก
หลังจากที่สิวหายแล้วผมก็ใช้เป็น ประจำ แค่สัปดาห์ละ 1 ครั้งเท่านั้นครับ คือ ใช้ขัดหน้าประมาณ 5 นาทีและก็ทิ้งไว้จนแห้งแล้วก็ล้างออกครับ ผมไม่รู้หรอกว่ามันจะมีผลยาวนานมาถึงขนาดนี้ อิอิ .. ทุกวันนี้ผมก็แก่แล้วนะ (34 ปี) แล้วแต่หลายคนก็บอกว่า ผมดูอายุไม่ถึง 30 เลย .. ดีใจนะครับดีใจ
การใช้ทานาคาให้ได้ผลตามประสบการณ์ ของผม คือ
1. ให้ใช้แค่น้ำสะอาดธรรมดาเรียบง่าย คือ ความใสบริสุทธิ์อย่างแท้จริง
2. ถ้าหน้าเป็นสิวอักเสบใช้ได้ แต่ห้ามขัดโดยเด็ดขาด ถ้าขัดมันจะเป็นสิวมากขึ้นทันตาเห็น (ที่สิวมันขึ้นไม่ใช่เพราะทานาคา แต่เป็นเพราะน้ำหนักของนิ้วมือ ที่ไปถู ๆ โดนหัวสิวเข้า ทำให้ถุงหนองแตกตัว เชื้อก็ยิ่งลาม ทำให้ลามไปทั่วหน้า .. งานเข้ากันหละทีนี้)
3. ทานาคาจึงเหมาะที่จะขัดกับคนที่ไม่มีสิวแล้ว และไม่ว่าจะผิวแห้ง ผิวมัน ผิวผสม ผิวอย่างหนาตราสามห่วงก็ใช้ครับ (อิอิ) ตอนที่ขัดให้เบามือที่สุด ประมาณ แค่ลูบโดยให้นึกว่า เป็นการขัดที่พยายามจะไม่ให้นิ้วโดนผิวหน้าเลย จะทำให้เบามืออย่างมาก ห้ามกดแรงลงบนนิ้วขณะขัด และให้ขัดแค่ 5 นาทีนะครับ อย่าไปบ้าตามสูตรพิสดารว่า ขัด 15 นาที .. ของดี 5 นาทีมันก็ออกฤทธิ์แล้วหละครับ เมื่อครบ 5 นาทีแล้วก็ให้ทิ้งไว้อย่างนั้นครับ จนมันแห้ง หน้าจะตึง ขาววอกเหมือนลิงเลย (อาจใช้ระยะเวลาพอกทิ้งไว้ประมาณ 15 นาที)
4. ทำการล้างด้วยน้ำธรรมดา ห้ามน้ำอุ่นโดยเด็ดขาด ล้างแบบเบาที่สุด ถ้าจะให้ดีนะครับ ให้เปิดฝักบัวเบา ๆ แล้วก็ปล่อยให้มันราดลงบนหน้าไปสัก 2-3 นาที แล้วก็ใช้ฝ่ามือลูบให้เบาที่สุด หลักการเดียวกัน ก็คือ เป็นการขัดที่พยายามจะไม่ให้นิ้วโดนผิวหน้าเลย ล้างออกให้สะอาดเรียบร้อยแล้วนะครับ
5. ให้เอาน้ำผึ้งผสมน้ำเปล่าธรรมดา ทาหน้าทิ้งไว้ โดยนวดสักเล็กน้อย ทิ้งไว้ 10 นาที ก็ล้างออกนะครับ
เท่านี้เองครับ ตำหรับการใช้ทานาคาของผม ที่ไม่มีอะไรซับซ้อนและคงความดูเด็กมาได้ถึงทุกวันนี้
พวกแม่ค้าตามร้านออนไลน์ที่โฆษณากันว่า "เอามาทาหน้ากันแดด ทาแทนแป้งฝุ่นหนะ" อย่าทำนะครับ เพราะสภาพอากาศมันไม่เหมือนเมื่อ 100 - 200 ปีที่แล้ว และมันคงตลกถ้าคุณจะทาหน้าขาววอกไปนอกบ้าน และ ไม่ต้องเชื่อนะครับว่า มันกันแสงแดดได้ เพราะตอนนี้มันกันไม่ได้เสียแล้ว อย่างที่ผมบอก กาลเวลาเปลี่ยน หลายอย่างเปลี่ยน คุณต้องพึ่งพาครีมกันแดด นะครับ อย่าไปคิดว่า ใช้ทานาคาแล้วหน้าจะทนต่อรังสีพวกนี้ ..
และการรักษารอยแผลเป็น ความหมองคล้ำพวกนี้มันเป็นผลที่ต้องใช้เวลานานมากกกกกกกกกกกกกกกก...ก ถ้าจะใช้ทานาคาเพื่อหวังผลพวกนี้ในระยะสั้น เลิกคิดไปได้เลยครับ , มันไม่ได้ออกผลปุ๊ปปั๊ปหน้าใสเด้ง มหัศจรรย์ภายใน 7 วัน , มันใช้เวลาในการทำปฏิกิริยากับโครงสร้างชั้นผิวนานพอสมควรครับ , ดังนั้น "วินัย" จึงมาพร้อมกับความสวย คำนี้ใช้ได้เสมอ , ผงทานาคาก็เหมือนกัน ขอให้ใช้อย่างต่อเนื่อง แล้วผิวหน้าคุณจะดูอ่อนลง เด็กลง ทุกปี ทุกปี (เอาหน่วยว่ากันเป็นปี อย่างนี้พอใจไหมครับ)
ไปค้นหาอ่านจากอินเทอร์เ็น็ตแล้วก็ เฮ้อ .. ผมว่ามันโฆษณาเวอร์มาก ๆ แบบ ทานาคาวิเศษเลิศหรูอลังการ แหวะ !! ผมคิดว่าอะไรก็แล้วแต่ ถ้าใช้ไม่ถูกที่ ถูกสภาพปัจจัยหนะ ใช้แทบตายก็ไม่ได้ผล เผลอ ๆ จะเน่าเสียมากกว่า
สรุปนะครับ ทานาคาเหมาะกับคนทุกวัยจริง ๆ แต่ห้ามใช้ขัดเมื่อเป็นสิว แม้แต่สิวอุดตัน เพราะจะไปกระตุ้นให้สิวเกิดมากขึ้น (อ่านตามโฆษณาบอกว่า รักษาสิว .. คนอ่านจะเข้าใจว่า เอาไปขัด ๆๆๆ แล้วสิวจะหาย) และเมื่อใช้ได้สัก 2-3 เดือน หน้าจะหายมันอย่างค่อนข้างถาวร (หมายถึงความมันที่เกิดจากสภาพรูขุมขน แต่ก็อยู่ที่ปัจจัยภายในร่างกายอีกนะครับ ถ้ากินน้ำน้อย หรือ ใช้ครีมที่มีน้ำมันเยอะ) หายมันที่นี่ ก็คือ สภาพอากาศปกติ หน้าจะไม่มันเยิ้มขึ้นมา ผิวหน้าจะละเอียดขึ้น อันนี้จริง เพื่อนผมกี่คน ๆ เอาไปใช้ผลที่เห็นได้ชัด ก็คือ ผิวละเอียดขึ้น เหมือนผิวพม่า (ผมเคยมีพี่เลี้ยงเป็นคนพม่าจริง ๆ ผมเห็นภาพเลยว่า คนผิวละเอียดหนะมันเป็นยังไง ไม่ใช่ผิวคนจีนนะครับ) และในบางคนหน้าจะขาวขึ้นมาอีกหน่อย
นี่หละครับ ทานาคา .. ผงเปลือกไม้ขัดหน้า พอกหน้า ธรรมดา ๆ ที่คนที่นี่ใช้กันจนติด ผมคนหนึ่งละครับ อิอิ ใครสนใจสั่งซื้อไปใช้ได้ครับ ราคาไม่แพง 1 ขวดใช้ได้นานถึง 2 เดือน อายุการเก็บ 10-12 เดือน ขึ้นอยู่กับที่เก็บนะครับ
ห้ามเก็บในตู้เย็น / ในห้องน้ำ / ในห้องครัว / ในพื้นที่ซึ่งโดนแอร์โดยตรง แนะนำให้วางไว้ในที่ร่มเย็น ปราศจากแสงแดดครับ
 
 
|