วิตามินซี คุณค่าที่ได้มากกว่าการป้องกันหวัด
ตามผลงานวิจัย โดย ดร.ไลนัส พอลลิ่ง (ได้รับรางวัลโนเบล 2 ครั้ง) ได้เขียนหนังสือเล่มหนึ่งชื่อ "วิตามินซีกับโรคหวัด" โดยกล่าวว่า หากคนเราได้รับวิตามินซีวันละ 1,000 มิลลิกรัมจะช่วยป้องกันหวัดได้ และถ้าเป็นหวัดจะหายเร็วกว่า โดยจะมีวันป่วยน้อยกว่าคนปกติถึง 60 %
นอกจากนี้ ยังมีการศึกษาเพิ่มเติมมากมายที่ทำให้ทราบว่า วิตามินซี มีประโยชน์มากกว่าการป้องกันหวัด ดังนี้ครับ
+ วิตามินซีเสริมสร้างภูมิต้านทานโรคได้
วิตามินซีทำให้เม็ดเลือดขาวทำงานในร่างกายเราได้อย่างมีประสิทธิภาำำพมากขึ้น และลดการหลั่งสารก่อภูมิแพ้ในร่างกาย (หรือ ฮิสตามีน) ดังนั้น ถ้าร่างกายมีวิตามินซีเพียงพอ ก็จะสามารถบรรเทาอาการแพ้ หอบหืด ไซนัส ได้นั่นเอง
+ วิตามินซีช่วยบำรุงผิวได้
วิตามินซีจะช่วยกระตุ้นระบบการไหลเวีัยนโลหิตของผิว เมื่อเซลล์ผิวได้รับอาหารมากขึ้นก็จะทำงานได้ดีขึ้น ผิวจึงมีสุขภาพดีและเรียบเนียน วิตามินซียังช่วยเพิ่มการสังเคราะห์คอลลาเจนในเซลล์ ทำให้ผิวแน่น และยืดหยุ่นดีขึ้น ไม่เหี่ยวย่นก่อนวัย
ในกรณที่มีรอยอักเสบของสิว วิตามินซีนี่แหละ ที่จะไปช่วยสมานแผล โดยการเสริมสร้างผนังเซลล์ ทำให้เส้นเลือดฝอยแข็งแรงและต่อต้านการอักเสบ ทำให้แผลหายเร็วขึ้น
การรับประทานผักและผลไม้อย่างเดียว จะได้วิตามินซีไม่เพียงพอ
เนื่องจากวิตามินซี เสื่อมสลายได้ง่ายเมื่อสัมผัสกับอากาศ ความร้อน หรือ ความชื้น ดังนั้นเราต้องรับประทานผักและผลไม้ที่สดใหม่ หรือ เก็บกินจากต้นเลยจะดีที่สุด
เช่น ส้ม 1 ผลที่เก็บกินจากต้นเลย จะมีวิตามินซีประมาณ 20-40 มิลลิกรัม ถ้าต้องรับประทานวิตามินซีให้ได้ในระดับที่ร่างกายต้องการ ต้องกินส้มมากถึง 3-4 ผล แต่ในความเป็นจริง เราไม่สามารถเลือกรับประทานผลไม้หรือผักที่เก็บกินจากต้นได้ทันทีเป็นประจำทุกวัน จึงมีโอกาสที่ร่างกายจะขาดวิตามินซี และทำให้ร่างกายของเราอ่อนแอลงได้
การเลือกรับประทานวิตามินซีให้มีประสิทธิภาพ
ควรรับประทานวิตามินซีที่มาจากแหล่งธรรมชาติ ร่วมกับสารอาหารกลุ่มไบโอฟลาโวนอยด์ ซึ่งจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของวิตามินซี และ ทำให้วิตามินซีอยู่ในร่างกายได้ดีขึ้น
การรับประทานวิตามิน ซี เสริมจากอาหารประจำวัน ปลอดภัยแม้รับประทานในระยะยาววิตามินซีสามารถละลายในน้ำได้ ร่างกายจะขับส่วนเกินที่เหลือออกผ่านทางไต ยังไม่เคยมีรายงานเกี่ยวกับพิษที่เกิดจากการรับประทานวิตามินซี ในปริมาณที่สูง มีงานวิจัยระบุว่า คนปกติสามารถรับประทานวิตามินซี เป็นประจำทุกวัน ติดต่อกันเป็นระยะเวลานาน สามารถรับประทานได้สูงถึง 3,000 มิลลิกรัม โดยไม่มีอันตรายใด ๆ
ปริมาณวิตามินซี ที่ควรได้รับในแต่ละวัน
+ ผู้ต้องการดูแลและบำรุงสุขภาพ ควรได้รับวันละ 1,000 มิลลิกรัม
+ ผู้ที่อยู่ท่ามกลางมลพิษ เช่น กรุงเทพมหานครและปริมณฑล
+ ผู้ที่มีความเครียดเป็นประจำ เช่น ผู้บริหาร พนักงานที่นั่งอยู่กับที่นาน ๆ
+ ผู้ที่มีอาการเป็นหวัด เป็นโรคภูมิแพ้ และร่างกายอ่อนแอ
ผู้นำตลาดวิตามินซีในตอนนี้มีอยู่ 2 รายคือ Bio-C ของ Blackmores และ Nat-C ของ Mega สองเจ้านี้เค้าจะตีกันในใบปลิว คือ Bio-C จะบอกว่าตัวเองเป็นธรรมชาติ แต่ Nat-C ยอมรับว่าตัวเองเป็นวิตามินซีสังเคราะห์ซึ่งอยู่ในรูปที่ทำให้บริสุทธิ์แล้ว ความจริงคือ Bio-C ธรรมชาติทุกอย่างยกเว้นตัววิตามินซี! ลองไปพลิกดูส่วนผสมนะครับ จะมี Ascorbic acid, Sodium ascobate และ Calcium ascobate รวมกันให้ 1000 มิลลิกรัมพอดี ซึ่งถ้าเห็นพวกนี้ยังไงก็ไม่มีทางที่จะเป็นธรรมชาติไปได้ เพราะเอามารวมกับโซเดียมหรือแคลเซียมเพื่อลดความเป็นกรดของวิตามินซีลงแล้วอย่างนี้ถือว่าหลอกลวงหรือไม่ คำตอบคือ ไม่ ครับเพราะวิตามินซีในธรรมชาติจะอยู่ร่วมกันพวกฟลาโวนอยด์ต่างๆ เช่น รูติน, เฮสเปอริดินเป็นต้น ถ้าพลิกฉลากดูก็จะทราบ ดังนั้นการนำมารวมกันจึงใกล้เคียงกับธรรมชาติแล้วก็จดทะเบียนเครื่องหมายการค้าซะ
ส่วน Nat-C ตรงไปตรงมา บอกว่าเป็นวิตามินซีสังเคราะห์ แต่ก็ผสมกับฟลาโวนอยด์สรุป คือเหมือนกันนั่นแหละ แต่เรื่องของเรื่องคือ วิตามินซีจะมีอยู่สองรูป คือ L และ D ไอโซเมอร์ ซึ่งรูปที่ร่างกายนำไปใช้คือ L ส่วน D ร่างกายก็ขับทิ้งไป ของ Nat-C จะเป็น L เดี่ยวๆ เค้าก็โฆษณาว่าของเค้าได้ประโยชน์มากกว่า แต่ไม่ได้บอกอีกด้านว่ารูปผสม L กับ D จะดูดซึมได้ดีกว่า ซึ่งของ Bio-C จะเป็นรูปผสม L กับ D แต่ตรงนี้ยังมีผลการศึกษาไม่มากที่จะชี้เป็นชี้ตายเลยว่าอะไรมันดีกว่ากันแน่ๆ
สรุปนะครับ จะยี่ห้อไหนก็ไม่มีความแตกต่างกันเรื่องประสิทธิภาพอย่างมีนัยสำคัญทางการแพทย์แต่จะต่างกันก็แรงโฆษณากับการตลาดเท่านั้น เพราะฉะนั้นการเลือกควรมาดูเรื่องของปัจจัยด้านเศรษฐานะ และ เรื่องความสะดวกมากกว่า เช่น ซื้อวิตามินซีสองยี่ห้อนี้ขวดเล็กขวดนึง 30 เม็ดเอาไปซื้อขององค์การเภสัชกรรมได้ตั้ง 1000 เม็ด แต่เป็นแบบเคี้ยวแต่ถามว่าเวลาเคี้ยวจะทนรสไหวหรือเปล่า เพราะทางนั้นแต่งรสสับปะรดลงไป (แต่รสไม่เป็นสับปะรดเลย ฮ่า ฮ่า) หรือจะไปซื้อแบบที่หลอกเด็กก็ได้ได้ประโยชน์เหมือนกัน แต่คุณจะทนทานเคี้ยววันละ 20 - 30 เม็ดไหวหรือเปล่าแถมลิ้นเหลือง ลิ้นส้มอีกต่างหาก เพราะแต่งสี หรืออาจจะทำให้ฟันผุได้ เพราะแต่งรสเติมน้ำตาล ดังนั้นจะเลือกแบบไหน ก็ต้องถามตัวคุณเองว่าสะดวกทาน หรือสะดวกกระเป๋าสตางค์แค่ไหนต่างหาก
สรุป วิตามิน ซี (Nat C) รับประทานพร้อมมื้อเช้า (หรือมื้อแีีรกหลังจากตื่นนอน) วันละ 1,000 มิลลิกรัมเพื่อดูแลสุขภาพกายและผิวพรรณ ขนาด 60 เม็ด รัีบประทานได้ 2 เดือน + คุ้มค่ามาก ๆ ครับ ตกเม็ดละ 6 บาทกว่า ๆ เท่านั้นเองครับ
|